ในช่วงความเจริญรุ่งเรืองสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) ในประเทศอิตาลี คริสตศตวรรษที่ 15-16 การแสดงทั้ง 3 ชนิดนี้ได้ถูกนำมาใช้โดยการรวมเอาการร้องเพลง การเต้นรำและการเล่าเรื่องเข้าไว้ด้วยกัน
เจ้าชายต่างๆ ในราชสำนักต่างแข่งขันกันจัดการแสดงพิเศษเพื่อแสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่ง อำนาจและรสนิยม ถูกนำมาใช้ในประเทศฝรั่งเศส
ในช่วงคริสตศตวรรษที่ 16 เมื่อพระนางแคทเธอรีน เดอ เมดิชี (Catherine de Medici) ได้เข้าพิธีอภิเษกกับพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 พระนางแคทเธอรีน เดอ เมดิชี เป็นผู้ที่ให้ความสนใจและสนับสนุนการแสดงดังกล่าวอย่างจริงจัง
ในศตวรรษที่ 17 การแสดงในราชสำนักแพร่ไปทั่วยุโรป แลถึงจุดสูงสุดในประเทศฝรั่งเศส เรียกว่า “The Ballet a Entrée” โดยมีรูปแบบการแสดงเป็นฉากๆ ต่อเนื่องกันไปอย่างง่ายๆ เช่นเดียวกับการเต้นตามความนิยมในสมัยนั้น
ส่วนใหญ่การแสดงจะจัดในห้องบอลรูม (Ball Room) มีคนดูอยู่ทั้ง 3 ด้าน การแสดงให้ความสำคัญแก่ขบวนแถวมากกว่าตัวนักเต้นเอง นักแสดงทั้งหมดเป็นชายล้วนและเป็นนักแสดงสมัครเล่น ยกเว้นผู้ฝึกสอน (Ballet Master) เท่านั้นที่เป็นมืออาชีพและเป็นผู้จัดการแสดงทั้งหมด นอกเหนือไปจากเครื่องแต่งกายที่แปลกตาแล้ว บรรดานักเต้นเหล่านั้นจะสวมหน้ากากทำด้วยทองคำถักอีกด้วย
ในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 (ค.ศ.1643-1715) พระองค์ทรงเป็นนักเต้นรำที่มีความสามารถและกระตือรือร้นในการแสดงออก รูปแบบของการแสดงในสมัยนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก ที่สำคัญ คือ การเปลี่ยนเวทีจากห้องบอลรูม มาเป็นเวทีมียกพื้นแบบอิตาเลียน แทนที่คนดูจะอยู่รอบๆ และมองการแสดงด้วยมุมต่ำ กลับเปลี่ยนมาเป็นคนดูอยู่ข้างหน้านักแสดง และมองดูการแสดงที่อยู่สูงกว่าบนเวทียกพื้นสิ่งนี้ทำให้มีผลในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแสดงอย่างสิ้นเชิง ขบวนแถวตรงไปตรงมาเหมือนรูปทรงเรขาคณิตไม่สามารถใช้ได้ดีอีกต่อไปบนเวทียกพื้นแบบใหม่ กลายเป็นการเน้นจุดสนใจที่ตัวนักเต้นโดยเฉพาะ นักเต้นมีเทคนิคการเต้นดีขึ้น ยากขึ้น และมีนักเต้นอาชีพเพิ่มมากขึ้น
ในปี ค.ศ.1861 นักเต้นอาชีพหญิงคนแรกก็ปรากฏขึ้นบนเวทีในประเทศฝรั่งเศสเป็นเวลากว่า 100 ปีที่ผู้หญิงจะมีบทบาทในบัลเล่ต์ แต่ก็ยังเป็นเพียงแค่ท่าเต้นง่ายๆ เล็กๆ น้อยๆ
คริสตศตวรรษที่ 18 เป็นยุคทองของนักเต้นชาย เช่น Gaetano และ Auguste Vertri ซึ่งก็เป็นดาวดวงเด่นในนักเต้นชาย จุดเด่นของนักเต้นชายก็ คือ ผลของลีลาที่เกิดจากชุดในสมัยนั้นผู้หญิงจะนุ่งกระโปรงบานที่หนักและไม่สะดวกในการเคลื่อนไหว วิกผมทรงหอคอย ซึ่งสามารถทำได้อย่างมากก็ คือ ท่าเลื่อนตัวไปอย่างสง่ารอบๆ เวที แล้วหยุดนิ่งในท่าเก๋ๆ ผู้ชายจะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระเพราะเครื่องแต่งตัวไม่มีสิ่งกีดขวางโดยเฉพาะช่วงขา สามารถกระโดและใช้ขาแสดงท่าที่ยากและสับสนได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น