บัลเล่ต์จัดเป็นการแสดงบนเวทีที่เน้นการเต้นรำโดยการนำศิลปะทางด้านเครื่องแต่งกาย ด้านฉาก และที่สำคัญคือ ดนตรีที่บรรเลงโดยวงออร์เคสตรา บัลเล่ต์มีกำเนิดขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 15 ในวังแห่งประเทศฝรั่งเศส ซึ่งราชวงศ์ และเจ้านายผู้สูงศักดิ์มีส่วนร่วมด้วย ปกติมักจะจัดแสดงในงานสมรส งานวันเกิด และการฉลองชัยชนะ บัลเลท์ในลักษณะนี้เหลือหลักฐานทางดนตรีให้ศึกษาได้ ได้แก่ เรื่อง La Ballet Comique de la Royne ( 1581 ) บัลเลท์ได้รับการสนับสนุนอย่างมากในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และสืบมาจนในศตวรรษที่ 18 ผู้นำในทางบัลเลท์ คือ J.G. Noverre ( 1727 - 1809 ) โดยมีผู้ประพันธ์เพลงเช่น Rameau และ Gluck
ต่อมา ในศตวรรษที่ 19 บัลเลท์ได้แพร่หลายเข้าไปในอิตาลี จึงได้มีการปรับปรุงเทคนิคต่าง ๆ ให้แปลกใหม่ขึ้น รวมทั้งทางฝรั่งเศสก็มีการพัฒนาไปเช่นกัน ในยุคนี้เองตัวเด่น ๆ ซึ่งเป็นผู้หญิงที่เรียกว่า บัลเลรินา ( Ballerina ) ได้รับการเน้นให้เป็นตัวเอก และฝ่ายชายซึ่งเคยมีบทบาทเด่นมาก่อนได้ลดบทบาทลงไปเป็นตัวสนับสนุนบัลเลรินา ลักษณะเช่นนี้ในบัลเลท์ของ Adolphe Adam เรื่อง Giselle ของโลกได้รับการประพันธ์ขึ้น คือ เรื่อง Swantake ( 1875 ) โดยผู้ประพันธ์ชื่อดังของโลกคนหนึ่งคือ ไชคอฟสกี ซึงยังได้ประพันธ์บัลเล่ต์ไว้อีกสองเรื่องที่มีชื่อเสียงเช่นกัน คือ Sleeping Bcauty ( 1889 ) และ The Nutcracker ( 1892 ) ในทางการเต้น รัสเซียได้ชื่อว่าเป็นผู้นำทางบัลเลท์เช่นกัน โดยการนำของ Marisu Petipa ( 1819 - 1910 ) คณะบัลเล่ต์ที่มีชื่อเสียงก้องโลกของรัสเซียที่ทุกคนรู้จัก คือ บอลซอย ( Bolshoi )
ในศตวรรษที่ 20 บัลเล่ต์ที่ได้รับการพัฒนาไปจนมีรูปแบบที่เรียกว่า โมเดิร์ทดานซ์ ซึ่งนำเอาหลักของบัลเล่ต์มาผสมผสาน ดัดแปลงให้เป้นการเต้นโดยไม่จำเป็นต้องสวมรองเท้าบัลเลท์และไม่ต้องใช้ปลายเท้าในลักษณะของบัลเล่ต์
บัลเล่ต์จัดเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของโอเปราฝรั่งเศส นอกจากนี้ในละครเพลงแนวตลกหลายเรื่องของอเมริกาก็มีบัลเล่ต์เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ เช่น เรื่อง Oklahoma และ Brigadoon
ผู้ประพันธ์เพลงที่มีชื่อเสียงในการประพันธ์เพลงบัลเล่ต์ ได้แก่ ไชคอฟกี่ โปรโกเฟียฟ คอปแลนด์ และ ฟอลลา เป็นต้น

